ชาวบ้านเดือด หลังเจ้าอาวาสโพสต์ไม่พอใจ ได้ เ งิ นกฐินน้อย

ชาวบ้านเดือด หลังเจ้าอาวาสโพสต์ไม่พอใจ ได้ เ งิ นกฐินน้อย

กลายเป็นประเด็นที่ได้รับเสียงวิจารณ์อย่างหนัก จากกรณี

ที่มีประชาชนได้โพสต์ภาพและข้อความว่า

นำเงินไปถวายเจ้าอาวาสวัด จากผู้มีจิตศรัทธาในการร่วมกันอนุโมทนาทำบุญทอดกฐิน

จำนวนเงินกว่า 8 แสนบาทแต่เจ้าอาวาสวัดกลับไม่พอใจจากเงินที่มาร่วมทำบุญ

ไม่ถึง 1 ล้านบาท เรียกประธานกฐิน ให้มารับเงินคืนไป

Loading...

โดยไม่สนใจว่าญาติโยมที่ตั้งใจทำบุญครั้งนี้ ส่งผลให้การทำบุญกลับกลายเป็นความทุกข์

หลายๆคนอัดอั้นตันใจต่างวิพากษ์วิจารณ์ถึงเหตุการณ์ดังกล่าว จนกลายเป็น

แรงกระเพื่อมถึงความเสื่อมศรัทธาในพระพุทธศาสนา

เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 63 ผู้สื่อข่าวได้เห็นคลิปที่มีประชาชนไม่พอใจเจ้าอาวาสวัดดงสวอง

ต.เขาสามยอด อ.เมือง จังหวัดลพบุรี ที่นำเงินกฐินสามัคคีคืนประธาน เนื่องจาก

ไม่พอใจที่ยอดกฐินน้อยกว่าที่คาดหวังทำให้ชาวพุทธ

คนนักบุญทั้งหลายต่างงงกับเหตุการณ์ที่เกิด

ในบรรยากาศที่มีประชาชนต่างเดือดกับเหตุดังกล่าวทั้งจังหวัด ต่างด่าทอ

ด้วยคำหยาบคายและถึงขั้นจะรวมตัวกันขับไล่ให้เจ้าอาวาสออกจากพื้นที่ไป

เนื่องจาก สร้างความหดหู่ หม่นหมองกับพุทธศาสนา

เพราะพระเห็นเงินสำคัญกว่าบุญ

Loading...

ต่อมา ทีมข่าวได้เดินทางไปพบกับ คุณสุรินทร์ บุญเสริม วัย 60 ปี สมาชิกสภาเทศบาล

ต.เขาสามยอด และเป็นประธานในการทอดกฐินในครั้งนี้ที่บ้านพัก พร้อมครอบครัว

และผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ ซึ่งพี่สุรินทร์เล่าว่า

ตนเองครอบครัว เพื่อนๆ และผู้มีจิตศรัทธาได้นำเงินจากการร่วมทำบุญจำนวน 351,387 บาท

ไปถวายเจ้าอาวาสวัดดงสวอง ซึ่งตนเองครอบครัวจะทำบุญที่วัดนี้มาตั้งแต่จำความได้

จนวัดเจริญรุ่งเรือง สวยสดงดงามเป็นที่เชิดหน้าชูตาของจังหวัด เมื่อรวมกับเงินที่นักบุญ

ได้ร่วมกันปีนี้ก็ประมาณ 8 แสนบาทเศษ ต่างอิ่มบุญกันถ้วนหน้า ถึงแม้ปีนี้จะน้อยกว่า

ทุกปีเนื่องจากเศรษฐกิจและcovid-19 ซึ่งก็คิดว่าไม่มีเหตุการณ์อะไร

กระทั่ง มาเห็นว่าเจ้าอาวาสวัดได้โพสต์ข้อความลงในไลน์ข้อความว่า “ปีนี้โยมถามว่าได้กี่ล้าน

เห็นคนเยอะมาก บอกไม่ถึงล้านเขาอาจมาดูความสะอาดเป็นระเบียบของวัดเลยลืมทำบุญ

เหนื่อยเตรียมงานเป็นเดือนเพื่อให้ญาติโยมเห็นจะได้ช่วยบริจาค ไม่หายเหนื่อยกับ

สิ่งที่ทุ่มเท ตั้งใจดี ดีใจเห็นคนเยอะมาก แต่ท้อใจกับยอดที่ได้”

ซึ่งคุณสุรินทร์เล่าอีกว่า ไม่เพียงเท่านี้ ท่านยังโพสต์

ว่าเราเอาผ้าไตรจีวรจากวัด ไปบอกบุญแล้วเอาเงิน

จากผ้าไตรจีวรมารวมกับยอดกฐิน ซึ่งสร้างความอัดอั้นตันใจจนบอกไม่ถูก

เราคนชอบทำบุญแต่กลับมาถูกข้อกล่าวหาอมเงิน จนครอบครัวรับไม่ได้

จึงได้ติดต่อกับท่านขอพบเพื่อเจรจา แต่ท่านกลับตัดบทขอคืนเงินให้โดยไม่สนใจคำคัดค้าน

ของใคร สร้างความไม่พอใจ และความเคลือบแคลงใจว่าทำไมถึทงไม่รับเงินทำบุญ

ซึ่งหลังจากนั้นคุณสุรินทร์ พร้อมครอบครัว และนักบุญทั้งหมดได้เดินทางไปมอบเงิน

ให้กับวัดจำวน 3 วัดๆละ 100,000 บาท และสำนักสงฆ์อีก 1 แห่ง

จำนวน 5 หมื่นบาทเศษตามเจตนารมณ์ของนักบุญ

เวลา 16.00 น.ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังวัดดงสวองเพื่อขอพบกับพระอธิการวราวุธ

ชินวโร เจ้าอาวาส เพื่อสอบถามถึงเรื่องดังกล่าว ซึ่งท่านได้แสดงสีหน้าสลด

พร้อมทั้งกล่าวคำขอโทษกับเหตุการณ์ทั้งหมดรวมถึงประธานกฐิน

เเละนักบุญทุกท่าน

โดยกล่าวเพียงสั้นๆว่า เป็นความเข้าใจผิด สื่อสารผิดพลาด ซึ่งไม่คิดว่ามันจะบานปลาย

ลุกลามไปจนทั่ว โดยมีพระชั้นผู้ใหญ่หลายท่านได้กล่าวตำหนิ ถึงเรื่องดังกล่าวแล้ว

ที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้กับวัดที่กำลังพัฒนาเช่นนี้ ขอยอมรับผิดทุกเรื่อง

แม้แต่เรื่องเงินก็จะขอรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว จะหาเงินมาทดแทนส่วน

ที่ขาดหายไปในการทอดกฐินในครั้งนี้จนครบ

ต่อมาเวลา 16.30 น. ผู้สื่อข่าวได้เข้ากราบนมัสการ พระครูสิริจริยาภรณ์ เจ้าคณะอ.เมืองลพบุรี

ผู้ช่วยเจ้าอาวาสพระอารามหลวงวัดเสาธงทอง พร้อมคณะสงฆ์ ซึ่งเดินทางมายังวัดดงสวอง

เพื่อทำการสอบสวนถึงเหตุการณ์ดังกล่าว ซึ่งเจ้าคณะอำเภอได้กล่าวว่า ในเบื้องต้น

ได้ตรวจสอบแล้วในโซเชียลเเละพยานบุคคล

รวมถึงพระอธิการวราวุธ เจ้าอาวาสวัดดงสวองแล้ว

สรุปคือมีมูลเหตุความจริง ซึ่งไม่น่าจะเกิดขึ้นได้ เพราะว่าพระวราวุธ

เป็นที่รักใคร่ของชาวบ้าน ตั้งแต่มารักษาการณ์เจ้าอาวาสกว่า 4 ปี

สร้างแต่คุณงามความดี สร้างความเจริญรุ่งเรืองให้กับวัดแห่งนี้ ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าว

ได้สอบถามถึงที่มาว่าทำไมจึงกระทำเช่นนี้ ทุกอย่างผิดกฎระเบียบของสงฆ์ทั้งสิ้น

สร้างความมัวหมอง เสื่อมศรัทธาให้กับชาวพุทธ

คนนักบุญที่ตั้งใจด้วยจิตอันบริสุทธิ์

แต่ท่านมาทำให้ภาพลักษณ์เสียหายภายในพริบตา คุณงามความดีที่สั่งสมมาหมดสิ้นกัน

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โยมสุรินทร์ สท.เขาสามยอด

ที่ตนรู้จักมุกคุ้น เนื่องจาก เป็นนักบุญตัวจริง

ทั้งนี้ ตนเองได้รับมอบหมายจากเจ้าคณะจังหวัดให้รุดสอบสวนหาข้อเท็จจริง

ในเบื้องต้นได้ว่ากล่าวตักเตือน หรืออาจจะให้หยุดรักษาการณ์เจ้าอาวาสไว้

จนกว่าจะสอบสวนเสร็จสิ้น และอาตมาขออวยให้กับพุทธศาสนิกชนชาวพุทธทั้งหลาย

ขอให้ทุกท่านสร้างคุณงามความดีต่อไป ดำรงคงความเป็นศาสนาพุทธให้

จรรโลงอยู่กับคนไทยสืบไป

ขอบคุณ ข่าวสด

ที่มา : https://www.thaismiletopic.com/

Loading...
Loading...

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *